อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้

สกุลเงินซื้อขาย
USD1
32.5134.05
EUR
37.8538.97
CNY
4.685.08
GBP
44.3045.85
JPY
20.2121.33
KRW
20.0023.20
ข้อมูลจาก ธนาคารกรุงเทพ วันที่ 22 ก.ค. 2026 เวลา 10:15

ราคาน้ำมันวันนี้

ราคา (บาท/ลิตร)วันนี้พรุ่งนีี้
35.79 36.69
35.42 36.32
30.79 31.69
26.73 27.63
ข้อมูลจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วันที่ 23 ก.ค. 2026

ราคาทองคำวันนี้

ทองคำแท่ง

1150.00
รับซื้อ (บาทละ)
65,700.00
ขายออก (บาทละ)
65,900.00

ทองรูปพรรณ

1150.00
รับซื้อ (บาทละ)
64,384.52
ขายออก (บาทละ)
66,700.00
วันที่ 22 ก.ค. 2026 17:20 น. (ครั้งที่ 28) ข้อมูลจาก สมาคมค้าทองคำ

บทความล่าสุด

Underweight

เรามักจะเห็นคำนี้ในบทวิเคราะห์ต่างๆ โดยเราจะเห็นคำว่า UW หรือ Underweight ในกรณีที่นักวิเคราะห์แนวโน้มของราคาสินทรัพย์หนึ่งน่าจะปรับลงตัวลงด้วยปัจจัยต่างๆ การให้สัญลักษณ์ UW หรือ Underweight ก็คือเราสามารถขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปบางส่วนแล้วถือเงินสดแทนหรือสามารถเอาเงินดังกล่าวไปกระจายซื้อสินทรัพย์อื่นๆในพอร์ตแทน

FED

ย่อมาจาก Federal Reserve หรือธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา

ETF

ย่อมากจาก Exchange Traded Fund เป็นกองทุนรวมดัชนีที่ลงทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้เหมือนกับดัชนีหรือราคาสินทรัพย์อ้างอิง

Sharpe Ratio

ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง
คือ ผลตอบแทนต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง โดยเราจะสามารถเปรียบเทียบได้ว่ากองทุนไหนน่าสนใจกว่ากันได้ดีมากขึ้น แต่เราจะต้องใช้ Sharpe Ratio เปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเปรียบเทียบแล้วเห็นผลมากที่สุด สำหรับผลตอบแทน หลายคนน่าจะเข้าใจความหมายแล้ว ส่วน ความเสี่ยงในที่นี้ก็คือ ความผันผวนของราคา ราคามันขึ้นลง เยอะไหม ราคามันสวิงเยอะไหม ราคาเหวี่ยงเยอะมั้ย ? กองทุนรวมที่มีความเสี่ยงยิ่งสูงก็จะทำให้เรามีโอกาสเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันสูงขึ้นนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

Cut Loss

คือ การขายหลักทรัพย์ออกไปโดยที่ “ขาดทุน” แต่เพื่อให้ขาดทุนน้อยที่สุด ก่อนที่ จะขาดทุนมากไปกว่าปัจจุบัน

Trailing Stop

คือการที่เรากำหนดจุดออกหุ้นจาก “ราคาสูงสุด” ที่หุ้นทำราคาไว้ เช่น เราซื้อหุ้นตัวนึงที่ราคา 100 บาท แล้วเรากำหนด Trailing Stop ไว้ที่ 5% สมมติว่าหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 130 บาท เราจะยังไม่ขายหุ้นออกไป แต่ถ้าหุ้นขยับลงมาที่ 122 บาท (5% ของ 130 บาทเท่ากับ 7.5%) เราจะขายออกไปทันทีแล้วคอยมาว่ากันใหม่กับหุ้นตัวนั้น
อ่านเพิ่มเติม

Value Investor

คือนักลงทุนที่เน้นลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) จะเน้นลงทุนหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆที่ตัวนักลงทุนเองมองเห็นว่า “ราคา” ในปัจจัยนั้นต่ำกว่า “มูลค่าพื้นฐาน” ที่ควรจะเป็น ก็จะทำการเข้าไปซื้อ แล้วรอให้ราคากลับมาเท่ากับหรือมากกว่ามูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ก็จะขายหุ้นหรือสินทรัพย์ ณ ดังกล่าวออกไป

Default Risk

ความเสี่ยงในการโดนเบี้ยวหนี้
คือ ความเสี่ยงที่เราโดนเบี้ยวหนี้ การลงทุนในหุ้นหรือในบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนใหญ่จะแบ่งวิธีการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ลงทุนในสถานะ “เจ้าของ” และการเป็น “เจ้าหนี้” การเป็นเจ้าของอย่างที่เราเข้าใจกันเป็นอย่างดี คือการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือผ่าน App Streaming เค้าเรียกว่าการเข้าลงทุนแบบความเป็น “เจ้าของ” แต่การลงทุนอีกแบบนึงก็คือการเป็น “เจ้าหนี้” ประเภทลงทุนผ่านตั๋ว B/E ผ่านหุ้นกู้ต่างๆ ข้อดีของการเป็นเจ้าหนี้ คือ เราจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอน แล้วเมื่อถือจนครบอายุหนี้นั้นๆก็จะได้เงินต้นคืนตามที่ลงทุนไป ดังนั้นความเสี่ยงของการลงทุนแบบเป็นเจ้าหนี้นั้นมีเพียงอย่างเดียวหลักๆ คือ Default Risk หรือความเสี่ยงเบี้ยวหนี้นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม

ขายหมู (Sell Low)

เป็นสถานะที่บอกว่าเราได้ทำการขายซื้อสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งออกไปแล้ว เมื่อขายเสร็จ ราคาสินทรัพย์ดังกล่าวก็ปรับตัวขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ขายไป ทำให้เรากำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

Buy on dip

คือ การที่เราจะเข้าลงทุนเพิ่มเมื่อตลาดมีการปรับตัวย่อลง เป็นวิธีการลงทุนที่นิยมๆมากในช่วงที่ตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น เพราะเวลาที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีเราอาจจะไล่ซื้อทำให้เราได้ราคาแพงกว่าความเป็นจริง การ “Buy on dip” จะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลงได้ในแต่ละช่วงเวลา การ  “Buy on dip” เป็นเพียงวิธีการลงทุนวิธีนึงที่ “ช่วยเพิ่มโอกาส” ให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วเราก็ยังต้องอาศัยการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อที่จะดูว่าสินทรัพย์การลงทุนที่เราทำ “Buy on dip” นั้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอยู่ ถ้าเป็นการลงทุนในหุ้นตรงนี้ก็ต้องใช้ความรู้เรื่องการวิเคราะห์พื้นฐานและการลงทุนเชิงเทคนิคเพื่อเข้าดูว่าแนวรับอยู่ตรงไหนที่ตลาดมีแนวโน้มจะย่อลงนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม